news-2012-11-13

การคิดดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร

Follow me

พรพรหม ภักตร์เปี่ยม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ หุ้นปันผล Value Investor ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการออม การลงทุน หุ้น LTF RMF ทึ่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสมรรถนะ ตัวชี้วัดและ โปรแกรมเมอร์ PHP MYSQL JAVA iOS
Follow me

บทความจาก http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=32281&page=1

การฝากเงินกับธนาคาร ผลตอบแทนที่เราจะได้รับคือดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารจะนำดอกเบี้ยเข้าบัญชีให้ปีละสองครั้ง ในช่วงกลางปีและปลายปี โดยการคิดให้ดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะมีรูปแบบการคิดที่แตกต่างกัน แต่หลักๆแล้วการคิดดอกเบี้ยของธนาคารจะมี 4 วิธี คือ การคำนวณจากยอดค้างต่ำสุดในแต่ละเดือน การคำนวณแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) การคำนวณแบบเข้าหลังออกก่อน (LIFO) และการคำนวณทุกวัน

 

ปัจจุบันธนาคารทุกแห่งได้ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าและเมื่อครบกำหนดระยะเวลาจะนำเงินเข้าบัญชีให้เราโดยอัตโนมัติ ซึ่งธนาคารหลายแห่งจะใช้วิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากทุกวัน โดยระบบคอมพิวเตอร์จะคำนวณดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าทุกๆสิ้นวัน นั่นหมายความว่า หากเราฝากเงินค้างคืน ก็จะได้รับดอกเบี้ย และการคิดดอกเบี้ยสามารถคำนวณได้จากสูตร คือ

ดอกเบี้ย = เงินต้น*(จำนวนวันที่ฝาก/365)*(อัตราดอกเบี้ย/100)

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ย

สมมุติว่าเราฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากประจำจำนวน 200,000 บาทโดยเริ่มฝากในวันที่ 15 มกราคม ฝากจำนวนสามเดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 15 มีนาคม และในปีเดือนกุมภาพันธ์มี 28 วัน อัตราดอกเบี้ยคือ 1.25 ต่อปี

ซึ่งการนับวันจะนับเริ่มจากวันที่ 15 ธันวาคมจนถึงวันครบกำหนดคือ 15 มีนาคม จะได้จำนวนดังนี้คือ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมถึงสิ้นเดือนจำนวน 16 วัน, 1 กุมภาพันธ์ ถึงสิ้นเดือน 28 วัน , 1 มีนาคมถึงวันที่ 15 คือ 15 วัน ดังนั้นจำนวนวันที่ใช้คือ 16+28+15=59 วัน (หากปีไหนเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันจะใช้ตัวหารคือ 366)

ดังนั้น

ดอกเบี้ย = 200,000*(59/365)*(1.25/100) บาท
ดอกเบี้ย = 404.1096 บาท
โดยจะคำนวณถึงทศนิยมสี่หลักแต่เมื่อจะยกไปทำในขั้นตอนต่อไปจะหักหลักที่สามและสี่ออกโดยไม่ทำการปัดขึ้นตามปกติ ดังนั้นดอกเบี้ยที่จะนำไปคำนวณภาษีคือ 404.10 บาท
ภาษี 15 % คือ 404.10*(15%) = 60.6150 บาท
ภาษีที่ใช้คิดจริงคือ 60.61 บาท
ดอกเบี้ยที่จะได้รับจริงคือ 404.10-60.61 = 343.49 บาท

ดังนั้นหากเราฝากเงินครบสามเดือนจะได้รับดอกเบี้ยหลังหักภาษีคือ 343.49 บาท

แต่ในปัจจุบันนี้ธนาคารหลายแห่งได้ออกโปรโมชั่นแบบขั้นบันไดและมีอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาสุดท้ายสูงๆเช่น 6 เดือนแรกดอกเบี้ย 1.75% 6 เดือนต่อมาดอกเบี้ย 4.5% และ 6 เดือนสุดท้ายดอกเบี้ย 8% เป็นต้น ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราสับสนว่า ตกลงแล้วเราจะได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งเราสามารถประยุกต์การคำนวณดอกเบี้ยข้างบนนี้ได้โดยแยกการคำนวณเป็นช่วงเวลา และหาว่าช่วงเวลาต่างๆ เราจะได้รับดอกเบี้ยเท่าไหร่ แล้วนำดอกเบี้ยในแต่ละช่วงมารวมกันเพื่อหาดอกเบี้ยที่เราจะได้รับจริงๆ ซึ่งจะทำให้เราเปรียบเทียบในแต่ละธนาคารได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิธีการคำนวณจะเป็นดังนี้

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ย

ธนาคารแห่งหนึ่งประกาศว่า เงินฝากประจำ 12 เดือน จะให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 8% ต่อปีโดยในรายละเอียดนั้นมีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นขั้นบันไดคือ ในเดือนที่ 1-3 ดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี เดือนที่ 4-6 ดอกเบี้ยร้อยละ 3.5 ต่อปีเดือนที่ 7-9 ร้อยละ 4 ต่อปีและ เดือนที่ 10-12 ร้อยละ 8 ต่อปี ซึ่งหากเราฝากเงินจำนวน 200,000 บาทตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเราจะได้รับดอกเบี้ยดังนี้ และปีนั้นมีเดือนกุมภาพันธ์ 28 วัน

เดือน มกราคม-มีนาคม เวลา 90 วัน จะได้รับดอกเบี้ย
ดอกเบี้ย = 200,000*(90/365)*(1.5/100) บาท
ดอกเบี้ย = 739.7260 บาท
เดือน เมษายน – มิถุนายน เวลา 91 วัน
ดอกเบี้ย = 200,000*(91/365)*(3.5/100) บาท
ดอกเบี้ย = 1,745.2055 บาท
เดือน กรกฎาคม-กันยายน เวลา 92 วัน
ดอกเบี้ย = 200,000*(92/365)*(4/100) บาท
ดอกเบี้ย = 2,016.4384 บาท
ตุลาคม-ธันวาคม เวลา 92 วัน
ดอกเบี้ย = 200,000*(92/365)*(8/100) บาท
ดอกเบี้ย = 4,032.8767 บาท
รวม ดอกเบี้ยรับทั้งหมดคือ 8,534.24 บาท
หักภาษี 15% คือ 8,534.2466 *15% = 1,280.13 บาท

คงเหลือรับ 7,254.11 บาท

หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับที่แท้จริงก่อนหักภาษีคือ (8,534.24/200,000)* 100 = 4.27 %

บทความจาก http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=32281&page=1